สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริการายงานว่า ในแต่ละปีมีผู้หญิงกว่า 22,000 คนในสหรัฐอเมริกาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งรังไข่ แต่มีผู้หญิงเพียงร้อยละ 46 เท่านั้นที่มีชีวิตรอดหลังจากที่ได้รับการวินิจฉัยมาแล้ว 5 ปี อย่างไรก็ตาม แพทย์รายงานว่าหากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก อัตราการรอดชีวิตในช่วงเวลา 5 ปีนี้จะสูงถึงร้อยละ 94

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่โรคมะเร็งรังไข่เป็นโรคที่ตรวจพบได้ยาก เนื่องจากผู้หญิงจำนวนมากมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการใด ๆ เลยจนกระทั่งโรคได้พัฒนาไปมากแล้ว


สาเหตุของโรคมะเร็งรังไข่

โรคมะเร็งรังไข่เกิดจากการที่เซลล์ในรังไข่แบ่งตัวทวีคูณอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ โรคนี้ตรวจวินิจฉัยได้ยากและสาเหตุการเกิดโรคก็เข้าใจยาก อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากขึ้น เช่น มีประวัติครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคนี้ อายุ ประวัติการเป็นโรคมะเร็งและเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โรคอ้วน การรักษาภาวะมีบุตรยาก และลักษณะทางพันธุกรรม (มียีน BRAC1 หรือ BRAC2 ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเจริญของเซลล์)

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ในผู้หญิงกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตามมีข้อแนะนำที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็งรังไข่ควรปฏิบัติดังนี้

  • ผ่าตัดนำรังไข่และปีกมดลูกออก
  • ให้นมบุตรเป็นระยะเวลานานขึ้น
  • ตั้งครรภ์จนครบกำหนดเวลา
  • รับประทานยาคุมกำเนิด

ข่าวดีก็คือ ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็งรังไข่สามารถตรวจเลือดทุก 4 เดือน ซึ่งจะทำให้ตรวจพบเนื้องอกได้ตั้งแต่ระยะแรก

รายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารมะเร็งวิทยาคลินิกกล่าวว่า มีการตรวจพบโรคมะเร็งจากการตรวจเลือดระหว่างการทดลองทางคลินิกที่มีผู้หญิงเข้าร่วมการทดลองถึง 4,348 คน หนึ่งในนั้นก็คือ คุณแคโรไลน์ เพรสโช วัย 43 ปีจากเมืองเฮอร์ทฟอร์ดเชีย

คุณแคโรไลน์มีความผิดปกติเกิดขึ้นที่ยีน BRAC2 ซึ่งเธอเรียกว่าเป็น “”การกลายพันธุ์ที่น่าขยะแขยง”” ครอบครัวของเธอมีประวัติการเป็นโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งรังไข่

เธอได้รับคำแนะนำให้ผ่าตัดนำรังไข่และปีกมดลูกออก ทำให้เธอมีภาวะหมดประจำเดือนเร็วกว่าที่ควรตั้งแต่อายุเพียง 35 ปี ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพด้านความจำ กระดูก และหัวใจของเธอเป็นอย่างมาก

ระหว่างที่ทำการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยได้เก็บข้อมูลสารเคมี CA125 ในเลือดของผู้หญิงที่เข้าร่วมการทดลอง โดยแพทย์จะติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับ CA125 ซึ่งหากสารนี้มีระดับสูงขึ้นอาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็ง

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก

การตรวจคัดกรองโรคมีระยะเวลา 3 ปี ในปีต่อมามีการตรวจพบโรคมะเร็งในผู้หญิง 19 คน โดยในจำนวนนี้มีครึ่งหนึ่งที่เป็นโรคมะเร็งระยะเริ่มต้น และใน 5 ปีต่อมามีจำนวนผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น 18 ราย ในครั้งนี้มีเพียงรายเดียวเท่านั้นที่เป็นโรคมะเร็งระยะเริ่มต้น

ในช่วงที่ทำการศึกษา ผู้หญิงที่เข้าร่วมการทดลองจะได้รับการตรวจเอกซเรย์ประจำปี และในบางรายก็ได้รับการผ่าตัดหากมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็ง การตรวจเอกซเรย์ช่วยให้ตรวจพบมะเร็ง ส่วนการผ่าตัดช่วยให้เนื้องอกมะเร็งไม่พัฒนาต่อไป

ศาสตราจารย์อูชา เมนอน กล่าวว่า การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้หญิงที่เข้าร่วมการทดลองเข้ารับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด แม้การตรวจเอกซเรย์ช่วยให้ตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก ๆ แต่แพทย์ก็ไม่แน่ใจว่าการตรวจเช่นนี้จะทำให้สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากน้อยเพียงใด

คุณแคโรไลน์ เพรสโช ต้องการมีบุตรก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดเช่นเดียวกับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงจำนวนมาก เธอเข้ารับการผ่าตัดหลังจากที่คลอดลูกคนที่ 4

เอเธนา แลมนิโซส จากดิ อีฟ แอพพีล กล่าวว่า “”การวิจัยนี้ช่วยให้ผู้หญิงมีความหวังและมีความมั่นใจว่ามีวิธีการที่มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนเพื่อช่วยคัดกรองโรค หากพวกเธอตัดสินใจว่าจะเลื่อนการผ่าตัดที่จะช่วยลดความเสี่ยง””

ปัจจุบันผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็งรังไข่สามารถเลือกได้ว่าที่จะติดตามอาการโรคไปก่อน หรือเข้ารับการผ่าตัดเพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรค

Verita Life - Contact a Specialist banner

Credit: BBC