Integrative Cancer Treatments News

AT VERITA LIFE, OUR FULL-SPECTRUM MEDICAL SERVICE RELIES ON THE LATEST IN ALTERNATIVE CARE TO TREAT PATIENTS IN A SAFE AND COMFORTABLE ENVIRONMENT

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับอาการของโรคมะเร็งเต้านม

โรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก โดยมีอัตราการเสียชีวิตแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น
สัญญาณเตือนและอาการของโรคมะเร็งเต้านม

  • ก้อนเนื้อที่เต้านมหรือผิวหนังที่หนาตัวขึ้นและรู้สึกแตกต่างจากเนื้อเยื่อที่อยู่รอบ ๆ
  • รอยแดงหรือรอยบุ๋มที่ผิวหนังบริเวณหน้าอก คล้ายผิวส้ม
  • หน้าอกมีการเปลี่ยนแปลงขนาด รูปร่าง หรือลักษณะ
  • ผิวหนังที่หน้าอกมีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีรอยบุ๋ม
  • ผิวลอก มีหินปูน หรือตกสะเก็ดที่บริเวณเม็ดสีบนผิวหนังรอบหัวนม หรือผิวหนังที่หน้าอก
  • หัวนมบุ๋มลงไป

ชนิดของเนื้อเยื่อที่มะเร็งเต้านมเกิดขึ้นจะเป็นตัวกำหนดชนิดของมะเร็ง และกำหนดการรักษาที่เหมาะสม ส่วนต่าง ๆ ของเต้านมที่มักเกิดมะเร็งได้แก่

  • ท่อน้ำนม มะเร็งของเยื่อบุท่อน้ำนมเป็นมะเร็งเต้านมชนิดที่พบมากที่สุด โดยจะเกิดที่ท่อน้ำนมซึ่งทำหน้าที่ส่งน้ำนมจากต่อมน้ำนมเป็นที่ผลิตน้ำนมไปยังหัวนม มะเร็งของเยื่อบุท่อน้ำนมอาจเกิดขึ้นเฉพาะภายท่อน้ำนมและเป็นโรคมะเร็งระยะที่ 0 (มะเร็งที่เกิดในท่อน้ำนมและไม่แพร่กระจาย) หรืออาจกระจายออกจากท่อน้ำนม (เป็นมะเร็งระยะลุกลามของท่อน้ำนม)
  • ต่อมน้ำนมที่ผลิตน้ำนม โรคมะเร็งของต่อมน้ำนมเกิดที่ต่อมน้ำนมในเต้านม ซึ่งเป็นที่ผลิตน้ำนม ซึ่งหากมะเร็งแพร่กระจายออกจากต่อมน้ำนม ก็จะเรียกว่าเป็นมะเร็งลุกลามของต่อมน้ำนม ต่อมน้ำนมจะเชื่อมกับท่อน้ำนมซึ่งทำหน้าที่ส่งน้ำนมมายังหัวนม
  • เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โรคมะเร็งเต้านมที่เกิดที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อ ไขมัน
การป้องกันโรคมะเร็งเต้านมด้วยวิธีธรรมชาติ

ผู้หญิงทั่วโลกป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และโรคนี้ยังเกิดกับผู้ชายได้อีกด้วย โรคนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกวิตกกังวลและมองหาหนทางที่จะป้องกันโรค
หลังจากที่ได้ทำการวิจัยมาเป็นเวลาหลายปี ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าสารธรรมชาติบางอย่างสามารถป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้ ผลการศึกษายืนยันว่าสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเหล่านี้ช่วยต้านมะเร็งเต้านมด้วยการควบคุมการเติบโตและการเผาผลาญพลังงานของเซลล์มะเร็ง
บทบาทของสารธรรมชาติที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมจะได้อธิบายไว้ในบทความนี้

เทียนดำ (black cumin)

เทียนดำเป็นพืชที่ใช้เป็นยาแผนโบราณมาเป็นเวลาร้อยปี โดยเชื่อว่าสามารถรักษามะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ อย่างได้ผล เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งไต และมะเร็งต่อมลูกหมาก
สารออกฤทธิ์ในเทียนดำ ได้แก่ สารไธโมควิโนน ซึ่งสกัดจากส่วนที่เป็นเมล็ด มีการศึกษาพบว่าสารไธโมควิโนนทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และทำให้เซลล์มีกลไกการตาย (apoptosis) ตามปกติ (1)

  • การทดลองในหนูที่เป็นโรคมะเร็งพบว่า สารไธโมควิโนนช่วยลดจำนวน การเกิด และขนาดของเนื้องอกในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (2)
  • การศึกษายังแสดงว่า สารไธโมควิโนนให้ผลโดยตรงในการป้องกันและรักษาโรคมะเร็งเต้านม (3)
ทำความเข้าใจกับโรคมะเร็งเต้านม อาการและตัวเลือกการรักษา

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

อัตราการรอดชีวิตของคนไข้มะเร็งเต้านมนับว่าค่อนข้างสูง หากคนไข้ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก ๆ สิ่งสำคัญก็คือต้องทำให้ร่างกายพร้อมสำหรับการต่อสู้กับมะเร็ง
ทีมแพทย์ของเราไม่เพียงแต่รักษาคนไข้ด้วยวิธีการที่ปลอดภัยและได้รับการพิสูจน์แล้ว แต่ยังช่วยให้คนไข้ไม่ต้องเผชิญกับการรักษาที่ทุกข์ทรมาน เรามีโปรแกรมการรักษาครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คนไข้มีสุขภาพร่างกายที่ดี และขณะเดียวกันก็ทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลง และป้องกันการแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ…

อาการของโรคมะเร็งปากมดลูก

สาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูกก็คือเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ซึ่งสามารถถ่ายทอดผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้ เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าไวรัสชนิดนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิง แต่สิ่งที่คนอาจไม่ค่อยทราบก็คือ ผู้ชายสามารถติดเชื้อไวรัสนี้ได้เช่นกัน และทำให้เสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งองคชาติและโรคมะเร็งทวารหนัก
การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีมักไม่แสดงอาการใด ๆ และส่วนใหญ่ก็จะหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่ไวรัสชนิดนี้บางสายพันธุ์ก็ทำให้เกิดหูดที่อวัยวะสืบพันธุ์ และนำไปสู่โรคมะเร็งปากมดลูกได้ โรคมะเร็งปากมดลูกมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ๆ จึงยากที่จะชักชวนให้คนทั่วไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ
เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุดชนิดหนึ่ง จึงมีการใช้ความก้าวหน้าทางการแพทย์มาช่วยป้องกันโรคมะเร็งนี้ให้มากที่สุด การตรวจมะเร็งปากมดลูก การตรวจหาเชื้อเอชพีวี และการฉีดวัคซีน จะช่วยให้สามารถตรวจพบและรักษาโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก ๆ ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกจึงสามารถป้องกันโรคได้มากขึ้น

อาการทั่วไปของโรคมะเร็งปากมดลูก

การมีเลือดออกทางช่องคลอดหลังการมีเพศสัมพันธ์อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกของโรคนี้ และจริง ๆ แล้วการมีเลือดออกในช่วงที่ไม่ได้มีประจำเดือนก็เป็นสัญญาณที่ควรใส่ใจ รวมไปถึงการมีเลือดออกจากช่องคลอดในช่วงวัยหมดประจำเดือนด้วย
หากอาการปวดเชิงกรานและเจ็บปวดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์และตกขาวมีกลิ่นเหม็น ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นอาการของโรคมะเร็งปากมดลูก
อาการที่กล่าวมานี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งปากมดลูก และเมื่ออาการโรคพัฒนาขึ้น ก็อาจทำให้เกิดภาวะน้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย ปวดเชิงกรานและหลัง ขาบวมข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ตลอดจนมีอาการท้องผูกและปัสสาวะเป็นเลือด
อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปวดหลังและปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก …

ทำความเข้าใจกับโรคมะเร็งปากมดลูก อาการและตัวเลือกการรักษา

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

คลินิกเวอริต้า ไลฟ์ เป็นหนึ่งในคลินิกไม่กี่แห่งในโลกที่รักษามะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวม โดยใช้ศาสตร์หลายแขนงร่วมกัน และเป็นคลินิกเพียงแห่งเดียวที่นำวิธีการรักษาแบบครบวงจรจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปมาใช้ คลินิกเวอริต้า ไลฟ์มุ่งรักษาสุขภาพร่างกายโดยรวม เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งด้วยวิธีการต่าง ๆ ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูพลังในการรักษาตัวเอง และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น…

ภูมิคุ้มกันบำบัดช่วยรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นทางเลือกที่ได้ผลในการรักษาโรคมะเร็งระยะก้าวหน้า อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันการใช้วิธีนี้รักษาโรคมะเร็งทางเดินอาหารก็ยังไม่ได้มีหลักฐานพิสูจน์เพียงพอ แต่สถานการณ์ก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อนักวิจัยสามารถนำทีเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมาใช้ฆ่ามะเร็งได้สำเร็จ โดยทำให้เนื้องอกในหนูที่เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มีขนาดเล็กลง วิธีการใหม่นี้เป็นการฝึกฝนระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำและโจมตีเซลล์มะเร็ง ที่สำคัญคือวิธีนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเนื้องอกใหม่เพิ่มขึ้นได้ด้วย


ภูมิคุ้มกันบำบัดและโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

รองศาสตราจารย์อาเจย์ เมเกอร์ มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกาเป็นผู้เขียนรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารการวิจัยด้านโรคมะเร็ง เขาเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะสามารถรักษาได้ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด นักวิจัยได้เพิ่มการแสดงออกของสารไซโตไคน์ที่เรียกว่า ไลท์ (LIGHT) เพื่อกระตุ้นการทำงานของทีเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันซึ่งทำหน้าที่ฆ่าเซลล์มะเร็งตามธรรมชาติ ทำให้เนื้องอกปฐมภูมิในตับมีขนาดเล็กลง สารไลท์ทำหน้าที่เป็นตัวขนส่งทางเคมีที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสารไลท์ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแพร่กระจาย ซึ่งมะเร็งจะแพร่กระจายไปสู่เนื้อเยื่อและอวัยวะที่อยู่ห่างออกไปจากอวัยวะที่เป็นต้นกำเนิดของมะเร็ง

 

ส่วนงานวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษาเนื้องอกมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูทดลองซึ่งมีระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติทำงานตามปกติ สารไลท์จะเข้าไปทำงานในเนื้องอกของหนูกลุ่มทดลอง ส่วนหนูกลุ่มควบคุมจะไม่มีการใช้สารใด ๆ เลย พบว่าในหนูที่ใช้สารไลท์จะมีการผ่านเข้าออกของทีเซลล์อย่างเห็นได้ชัดทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไม่หยุดแม้สารไลท์จะหยุดการแสดงออกแล้ว และแม้เนื้องอกจะแพร่กระจายไปยังตับแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังเหมือนเดิม

 

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่รักษายาก โดยเฉพาะในกรณีที่โรคแพร่กระจายไปยังตับและอวัยวะอื่น ๆ การรักษาเมื่อโรคแพร่กระจายไปแล้วจะเน้นที่การบรรเทาอาการเจ็บปวดมากกว่าที่จะรักษาโรคที่ต้นเหตุ โรคมะเร็งทางเดินอาหารเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ และเมื่อในปี 2015

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ – สิ่งที่คุณควรรู้

ลำไส้ใหญ่เป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อยาว ๆ ทำหน้าที่แยกน้ำและเกลือออกจากอาหารที่ผ่านการย่อยแล้ว ของเสียที่ตกค้างเหลืออยู่จะเคลื่อนไปสู่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและถูกขับออกทางทวารหนัก ลำไส้ใหญ่จัดเป็นส่วนประกอบสุดท้ายของระบบย่อยอาหาร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อเนื้องอกเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่เนื้อร้ายเรียกว่า ติ่งเนื้อในลำไส้ชนิดอะดีโนมาทัส ก่อตัวขึ้นที่ผนังด้านใน (เยื่อเมือก) ของลำไส้ใหญ่ และกลายเป็นเนื้อร้ายในภายหลัง โรคและภาวะบางอย่างอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น เช่น โรคเบาหวาน โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง การทำรังสีรักษาสำหรับโรคมะเร็งชนิดอื่น และโรคลำไส้เล็กอักเสบ เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มักไม่ค่อยแสดงอาการอย่างอื่นนอกจากอาหารไม่ย่อย ดังนั้นหากคุณมีอาการที่ได้กล่าวมาแล้ว ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ ยกเว้นกรณีที่คุณรับประทานอาหารมื้อใหญ่มากเกินไปเป็นเวลา 1-2 วัน.

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

สัญญาณเตือนแรกของโรคมักได้แก่ อาการท้องอืดและมีแก๊สมาก อาการตะคริว ปวด และท้องผูก ในระยะต่อมามักพบการเปลี่ยนแปลงของอุจจาระ ให้ระวังหากอุจจาระมีขนาดเล็กลงและมีท้องร่วง หากพบเลือดปนในอุจจาระ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม หากมีอาการเจ็บปวดขณะถ่ายอุจจาระ และรู้สึกปวดเป็นพัก ๆ …

สัญญาณของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่คุณควรรู้

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นโรคมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ หากคุณรู้จักสัญญาณและอาการของโรค และเข้าใจว่าปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง ก็จะช่วยให้คุณป้องกันไม่ให้ตนเองป่วยเป็นโรคนี้ได้

อาการทั่วไปของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้แก่

  • เกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับนิสัยการขับถ่าย (อาการท้องร่วง ท้องผูก หรือรู้สึกเหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุด)
  • อุจจาระลีบเล็กลงกว่าปกติ
  • ภาวะน้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ
  • อาการเหนื่อยเพลียมาก (ร่างกายอ่อนแอและอ่อนเพลีย)
  • มีเลือด (สีแดงสดหรือสีแดงเข้มมาก) ปนในอุจจาระ
  • มีเลือดออกที่ทวารหนัก
  • มีอาการปวดเนื่องจากมีแก๊สอยู่บ่อย ๆ ท้องอืด แน่นท้อง หรือปวดเกร็งท้อง

ส่วนใหญ่แล้วโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มักเริ่มจากก้อนเซลล์ที่ไม่ใช่เนื้อร้ายที่เรียกว่า ติ่งเนื้อในลำไส้ชนิดอะดีโนมาทัส และเมื่อเวลาผ่านไปติ่งเนื้อนี้ก็พัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

ติ่งเนื้อนี้อาจมีขนาดเล็กและแทบไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติ ดังนั้นแพทย์จึงแนะนำให้ตรวจคัดกรองโรคเพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการตรวจและกำจัดติ่งเนื้อก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
หากมะเร็งแพร่กระจายออกไป ก็จะเกิดอาการผิดปกติเพิ่มเติมที่บริเวณที่มะเร็งแพร่กระจายไปถึง อาการแสดงจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดจากการแพร่กระจายของมะเร็ง ซึ่งอวัยวะที่มะเร็งมักแพร่กระจายไปถึงก็คือตับนั่นเอง
แพทย์จะวินิจฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยการตรวจร่างกาย ซักประวัติทางการแพทย์ของคนไข้ และประวัติการเจ็บป่วยของครอบครัว โดยมักทำการวินิจฉัยหลังจากที่ได้ตรวจส่องกล้องมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือการตรวจเอกซเรย์แบบสวนแป้ง
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ๆ จึงแนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป …

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

อาการของความเจ็บป่วยหรืออาการโรคเป็นการแสดงออกของร่างกายให้คุณรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อาการที่พบได้มากที่สุดของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่คุณควรรู้ ได้แก่

  • มีเลือดปนในอุจจาระหรือมีเลือดออกจากทวารหนัก ไม่ว่าปริมาณเลือดจะเล็กน้อยเพียงใด หรือสีของเลือดจะเป็นสีใดก็นับเป็นสัญญาณเริ่มแรกของโรค
  • การเปลี่ยนแปลงนิสัยการขับถ่ายที่เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายวัน เช่น ท้องร่วง ท้องผูก หรือ อุจจาระลีบเล็กลง
  • อาการดีซ่าน (ผิวและตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีเขียว)
  • ภาวะน้ำหนักตัวลดโดยไม่มีสาเหตุ
  • อาการท้องอืด อาการปวดเกร็งหรือเจ็บปวดที่ช่องท้อง
  • อาการอ่อนเพลียและร่างกายอ่อนแออย่างต่อเนื่อง
  • มีความรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำตลอดเวลา เหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุด

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ซึ่งอาจเรียกว่าโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีอาการเริ่มแรกที่ลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก ทั้งลำไส้ใหญ่และทวารหนักนับเป็นส่วนหนึ่งของลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ล่างสุดของระบบย่อยอาหารของร่างกาย


โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักสามารถให้คำอธิบายทางคลินิกได้ตามความรุนแรงของโรคที่พบ ระยะของโรคมะเร็งซึ่งหมายถึงขอบเขตของโรคมะเร็งในร่างกาย ทั้งนี้ระยะของโรคมะเร็งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกวิธีรักษาและจะเป็นตัวตัดสินว่าจะรักษาโรคได้ผลมากน้อยเพียงใด ระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักขึ้นอยู่กับ

  • มะเร็งเติบโตในผนังลำไส้ได้มากน้อยเพียงใด
  • มะเร็งแพร่ไปยังบริเวณใกล้เคียงแล้วหรือไม่
  • มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะที่อยู่ไกลออกไปแล้วหรือไม่

ระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักขึ้นอยู่กับผลการตรวจร่างกาย การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ และการตรวจด้วยการถ่ายภาพ
คำอธิบายระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักและทางเลือกในการรักษามีดังนี้

ระยะที่ 0

มะเร็งในระยะที่ 0 …

ผู้ที่เกิดช่วงปี 2000 เสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเกิดขึ้นที่ลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก บางครั้งจึงอาจเรียกว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือโรคมะเร็งทวารหนัก สัญญาณเตือนแรกของโรคนี้ ได้แก่ นิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลงเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น ลักษณะของอุจจาระเปลี่ยนไป ท้องเสียบ่อย ท้องผูกเป็นประจำ เป็นต้น ส่วนอาการที่พบบ่อยของโรคมะเร็งชนิดนี้ ได้แก่ มีเลือดปนในอุจจาระ ปวดท้องและมีแก๊สในกระเพาะอาหารเป็นประจำ อ่อนเพลีย และภาวะน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่มีสาเหตุ หากรู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่สุดและมีอาการอื่น ๆ ด้วย อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเช่นกัน เมื่อผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นโรคนี้เสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีโรคมะเร็งอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยจำนวนน้อยมากที่ไปพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณเตือนระยะแรก ๆ ของโรค


เข้าใจโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

Verita Life - Colorectal Cancer-Infographic

เมื่อไม่นานมานี้ที่สหรัฐอเมริกามีรายงานการศึกษาที่สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้คนไม่น้อย โดยรายงานนี้ระบุว่าชาวอเมริกันที่มีอายุน้อยกว่า 55 ปีป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบที่อายุเท่ากัน ผู้ที่เกิดในปี 1990 มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่าผู้ที่เกิดในช่วงปี 1950 …

เดือนแห่งการรณรงค์เรื่องโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

เดือนมีนาคมเป็นเดือนแห่งการรณรงค์เรื่องโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักโรคมะเร็งชนิดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก องค์การอนามัยโลกประมาณการณ์ว่าโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักทำให้คนจำนวนมากถึง 750,000 คนต้องเสียชีวิต ในเดือนแห่งการรณรงค์นี้ ผู้ป่วย แพทย์ ผู้ที่หายป่วยแล้ว ผู้ดูแลผู้ป่วย ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จะช่วยกันรณรงค์ให้คนทั่วโลกตระหนักถึงโรคนี้ โดยเน้นย้ำให้เห็นประโยชน์ของการตรวจคัดกรองโรคแต่เนิ่น ๆ และข้อดีของการต่อสู้กับโรคร้ายนี้ ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เลือกเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ และมักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีf 50.


โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักคืออะไร

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเกิดขึ้นที่ลำไส้ใหญ่ส่วนโคลอน (colon) หรือทวารหนัก (rectum) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลำไส้ใหญ่ทั้งหมด ลำไส้ใหญ่ส่วนโคลอนจะทำหน้าที่ดูดซึมน้ำและสารอาหาร และเป็น ‘ที่เก็บ’ ของเสียต่าง ๆ ซึ่งจะเคลื่อนตัวไปยังทวารหนักเพื่อขับออกจากร่างกาย

Colorectal Cancer Infographic คลินิกเวอริต้า ไลฟ์ – อินโฟกราฟิก | โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักคืออะไร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับที่ 3 …

คนไข้โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่พูดถึงการรักษาแบบองค์รวมที่คลินิกเวอริต้า ไลฟ์

คุณโรสอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เธอได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เธอผิดหวังกับทางเลือกในการรักษาที่มีอยู่เพียงน้อยนิดที่ออสเตรเลียและเยอรมนี เธอและลูกสาวจึงค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเตอร์เน็ต ลูกสาวของคุณโรสพบข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกเวอริต้า ไลฟ์ ซึ่งคุณโรสตัดสินใจพิจารณาทางเลือกในการรักษานี้ทันทีหลังจากที่ได้เข้าไปอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาในเว็บไซต์…

We are ready to help. Send us an enquiry

CONTACT US