ลำไส้ใหญ่เป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อยาว ๆ ทำหน้าที่แยกน้ำและเกลือออกจากอาหารที่ผ่านการย่อยแล้ว ของเสียที่ตกค้างเหลืออยู่จะเคลื่อนไปสู่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและถูกขับออกทางทวารหนัก ลำไส้ใหญ่จัดเป็นส่วนประกอบสุดท้ายของระบบย่อยอาหาร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อเนื้องอกเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่เนื้อร้ายเรียกว่า ติ่งเนื้อในลำไส้ชนิดอะดีโนมาทัส ก่อตัวขึ้นที่ผนังด้านใน (เยื่อเมือก) ของลำไส้ใหญ่ และกลายเป็นเนื้อร้ายในภายหลัง โรคและภาวะบางอย่างอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น เช่น โรคเบาหวาน โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง การทำรังสีรักษาสำหรับโรคมะเร็งชนิดอื่น และโรคลำไส้เล็กอักเสบ เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มักไม่ค่อยแสดงอาการอย่างอื่นนอกจากอาหารไม่ย่อย ดังนั้นหากคุณมีอาการที่ได้กล่าวมาแล้ว ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ ยกเว้นกรณีที่คุณรับประทานอาหารมื้อใหญ่มากเกินไปเป็นเวลา 1-2 วัน.

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

สัญญาณเตือนแรกของโรคมักได้แก่ อาการท้องอืดและมีแก๊สมาก อาการตะคริว ปวด และท้องผูก ในระยะต่อมามักพบการเปลี่ยนแปลงของอุจจาระ ให้ระวังหากอุจจาระมีขนาดเล็กลงและมีท้องร่วง หากพบเลือดปนในอุจจาระ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม หากมีอาการเจ็บปวดขณะถ่ายอุจจาระ และรู้สึกปวดเป็นพัก ๆ อาจเป็นอาการบ่งชี้ของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และให้สังเกตว่ามีความรู้สึกเหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุด และปวดถ่ายอุจจาระตลอดเวลาด้วยหรือไม่ โดยปกติการปวดถ่ายอุจจาระวันละ 1-2 ครั้งถือเป็นอาการปกติ แต่หากปวดอุจจาระบ่อยกว่านี้ และเป็นเช่นนี้นานหลายวัน ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งนี้ได้ อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้อาจเป็นอาการของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังได้เช่นกัน ซึ่งโรคนี้เป็นความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ ดังนั้นอาการแสดงต่าง ๆ ที่กล่าวมาอาจเป็นอาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หรืออาจไม่ใช่ก็ได้
โปรดหลีกเลี่ยงการรับประทานยาโดยซื้อยาเองตามร้านขายยา และควรปรึกษาแพทย์ โดยแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีภาวะน้ำหนักลดอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ พร้อมกับอาการไม่สบายและอ่อนเพลีย ซึ่งเป็นอาการที่มักพบในมะเร็งส่วนใหญ่ด้วย

การป้องกัน

การป้องกันมะเร็งเป็นหัวข้อยังมีการถกเถียงกันมากมาย แต่ก็เป็นที่ยอมรับว่านิสัยบางอย่างอาจจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นได้ เราใช้คำว่า “อาจจะ” ก็จริง แต่การมีสุขนิสัยที่ดีก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด

ควรรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง โดยรับประทานผักผลไม้มาก ๆ เพื่อรักษาสุขภาพของลำไส้ใหญ่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ (เมื่อใดที่ร่างกายรู้สึกกระหาย ให้ดื่มน้ำ) ควรดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม ไม่ใช่ดูแลแต่เพียงลำไส้ใหญ่เท่านั้น โดยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้ลำไส้ใหญ่แข็งแรง แต่ยังทำให้สุขภาพร่างกายโดยรวมดีขึ้นด้วย แพทย์อาจแนะนำให้คุณรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (เช่น สารสกัดเคอร์คูมิน และกำยาน) ซึ่งมีผลการวิจัยทางคลินิกว่าสามารถช่วยต้านมะเร็งได้ หรือรับประทานกรดไขมันโอเมกา-3 ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบของลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ตามควรรับประทานตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น
การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่แบบดั้งเดิม ได้แก่ การผ่าตัด การใช้ยาเคมีบำบัด และการทำรังสีรักษา เป็นการรักษาที่ทำให้คนไข้เกิดความเจ็บปวด ส่วนการรักษาด้วยวิธีการแบบองค์รวมจะทำให้เกิดความเจ็บปวดน้อยกว่า และได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิผลในการรักษาและจัดการกับโรคมะเร็ง เรามีจึงมีบริการรักษาด้วยวิธีที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดเช่นนี้
หากคุณสังเกตพบอาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ดังที่กล่าวมาแล้ว โปรดติดต่อเราเพื่อจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาด้วยวิธีการแบบองค์รวม เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์จะอธิบายทางเลือกในการรักษาที่คุณสามารถทำได้