การใช้ไวรัสรักษาโรคมะเร็งเป็นวิธีการที่ได้ผลดี โดยใช้ไวรัสที่สามารถค้นหาและเข้าไปอยู่ในเซลล์มะเร็งได้ (oncotropic virus) และไวรัสที่สามารถแบ่งตัวอยู่ในเซลล์มะเร็งและเจาะจงทำลายเซลล์มะเร็งได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ปกติ (oncolytic virus) การใช้ไวรัสรักษาโรคมะเร็งมีความปลอดภัยและเป็นวิธีการที่ไม่รุนแรง โดยช่วยให้คนไข้มีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไวรัสที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษาโรคมะเร็งเป็นชนิดแรกของโลกมีชื่อว่า เชื้อไวรัส Rigvir

เชื้อไวรัส Rigvir ใช้รักษาโรคมะเร็งได้อย่างไร

การใช้ไวรัส Rigvir รักษาโรคมะเร็งจัดเป็นการรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยใช้ไวรัสค้นหาและทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายมนุษย์ ไวรัสชนิดนี้ได้รับการจดทะเบียนสำหรับใช้รักษาโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาที่ประเทศแลตเวียตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 75 ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งชนิดนี้ได้รับการรักษาด้วยวิธีการดังกล่าว ซึ่งอยู่ในคู่มือการรักษาทางคลินิกสำหรับโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาด้วย
การรักษาด้วยไวรัสชนิดนี้ยังใช้การรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่น โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร และโรคมะเร็งทวารหนัก และช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยในช่วงเวลา 5 ปี เชื้อไวรัส Rigvir ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาระยะ 1B-2C จากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่าผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาจำนวนมากได้รับประโยชน์จากการที่มีอัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้น โดยไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงจากการรักษา
แม้จะมีการวิจัยและความก้าวหน้าในการรักษาโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา แต่อัตราการเสียชีวิตของคนไข้ก็ยังสูงอยู่ และโรคมะเร็งชนิดนี้เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในประเทศแถบตะวันตก ส่วนโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กเป็นมะเร็งปอดชนิดที่มีความรุนแรงมากที่สุด แม้โรคนี้จะตอบสนองต่อการใช้ยาเคมีบำบัดและรังสีรักษาได้เป็นอย่างดี แต่โรคมะเร็งมักกลับมาเป็นซ้ำและอัตราการรอดชีวิตในระยะยาวมักไม่เกินร้อยละ 5

ศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งของไวรัส Rigvir

หากใช้วิธีการรักษาตามมาตรฐานทั่วไป คนไข้โรคนี้มักมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ การใช้ไวรัส Rigvir ในการรักษาจึงเป็นทางเลือกที่ดีมาก และช่วยให้คนไข้มีโอกาสที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี คำว่า Rigvir ย่อมาจาก Riga Virus หรือเชื้อไวรัสริก้า ซึ่งพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกที่เมืองริก้าซึ่งเป็นเมืองหลวงของแลตเวีย โดยเป็นไวรัสที่มีความสามารถในการฆ่ามะเร็งที่ชื่อว่า ไวรัส ECHO-7 ซึ่งย่อมาจากไวรัสชนิดที่ 7 ชื่อ “Enteric Cytopathic Human Orphan” ซึ่งพบในลำไส้เล็กของเด็ก คำว่า “Human Orphan” หรือลูกกำพร้า หมายความว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคใด ๆ
เชื้อไวรัส Rigvir ประกอบไปด้วยเชื้อไวรัส ECHO-7 ที่มีคุณสมบัติในการเข้าควบคุมระบบภูมิคุ้มกันและฆ่าเซลล์มะเร็ง เชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากการตัดต่อทางพันธุกรรม และได้รับการอนุมัติให้ใช้กับโรค “ภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดทุติยภูมิ” ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังการใช้ยาเคมีบำบัด เชื้อไวรัสชนิดนี้ได้รับการเตรียมมาให้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อและต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิเยือกแข็ง (-20 องศาเซลเซียส = -4.0 องศาฟาเรนไฮต์) เชื้อไวรัส Rigvir ไม่พบว่าทำให้เกิดโรคใด ๆ ในมนุษย์ และไม่เคยมีปรากฏการณ์การกลายพันธุ์ในช่วงระยะเวลา 40 ปีที่มีการใช้เชื้อไวรัสนี้รักษาโรคมะเร็ง และไม่ได้ใช้วิธีการพันธุวิศวกรรม
ดังนั้นเชื้อไวรัสที่เป็นมิตรกับคนชนิดนี้แทบไม่มีโอกาสที่จะทำให้เกิดอันตรายหรือโรคต่าง ๆ เลย และอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยควบคุมโรคมะเร็งในร่างกายของผู้ป่วยเป็นมะเร็ง หากใช้วิธีนี้ร่วมกับการรักษาตามมาตรฐานแบบดั้งเดิม

การใช้ไวรัส Rigvir ที่คลินิกเวอริต้า ไลฟ์

มีแพทย์จำนวนน้อยคนจากทั่วโลกที่ได้รับการฝึกอบรมให้สามารถใช้ไวรัส Rigvir ในการรักษาโรคมะเร็ง และมีคลินิกจำนวนน้อยมากที่มีบริการนี้ โดยคลินิกเวอริต้า ไลฟ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น
นายแพทย์ฮอซซามิสำเร็จการอบรมโดยศูนย์การรักษาโรคมะเร็งด้วยเชื้อไวรัสสากล ได้อนุมัติให้นายแพทยฮอซซามิสามารถใช้ไวรัส Rigvir ในการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้ไวรัสทำลายเซลล์มะเร็ง และการป้องกันโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดทุติยภูมิ

Verita Life - Contact a Specialist banner

หากคุณต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อไวรัส Rigvir หรือการรักษาโรคมะเร็งแบบแพทย์ทางเลือกวิธีอื่น ๆ โปรดติดต่อเรา เพื่อเราจะได้ติดต่อคุณกลับไปโดยเร็วที่สุด

ที่มา: Bio Portfolio