โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายแรงที่สามารถแพร่กระจายออกจากอวัยวะต้นกำเนิดของโรคไปยังอวัยวะใดก็ได้ จึงทำให้โรคนี้น่าสะพรึงกลัว โรคส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นที่อวัยวะหรือเนื้อเยื่อส่วนหนึ่งในร่างกายเท่านั้น แต่โรคมะเร็งสามารถแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะใกล้เคียงหากไม่ได้ตรวจพบโรคนี้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งเรียกว่าการแพร่กระจายของมะเร็ง การที่โรคมะเร็งสามารถแพร่กระจายไปได้เรื่อย ๆ ทำให้โรคนี้รักษาได้ยาก เป็นเวลาเกือบหนึ่งศตวรรษแล้วที่การรักษามะเร็งใช้ 3 วิธีการหลัก ได้แก่ การใช้ยาเคมีบำบัด รังสีรักษา และการผ่าตัด วิธีการเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยต้องเจ็บปวดทรมาน ส่วนผลข้างเคียงจากการรักษาก็จะทำร้ายร่างกายและทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ซึ่งแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในวงการแพทย์และไม่เคยเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งก็ยังทราบดีถึงความน่ากลัวของวิธีการรักษาเหล่านี้

การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการที่ไม่เจ็บปวดเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ

วิทยาศาสตร์เป็นวงการที่ไม่เคยหยุดพัฒนา ความก้าวหน้าทางการแพทย์และการค้นพบสำคัญ ๆ (ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน) ทำให้เรามีวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่ปลอดภัยกว่าเดิมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การคิดค้นวิธีการรักษาใหม่ ๆ ที่ได้ผลดีและทำให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวดน้อยกว่า นับเป็นมิติใหม่ของการรักษาโรคมะเร็งที่น่ากลัวน้อยลงกว่าเดิม การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวมไม่ได้ใช้วิธีการผ่าตัดหรือโจมตีร่างกายด้วยยาสารพัดชนิดและรังสีปริมาณมาก แต่ก็ให้ผลการรักษาที่ดีเยี่ยมจึงเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว

GcMAF คืออะไร

GcMAF นับเป็นอาวุธสำคัญที่ใช้ต่อสู้กับโรคมะเร็ง (ด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน) คำว่า GcMAF ย่อมาจาก Gc Protein Macrophage Activating Factor ซึ่งโปรตีน GcMAF นี้เป็นโปรตีนชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย และเป็นรากฐานสำคัญของเซลล์ภูมิคุ้มกัน โปรตีนชนิดนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสามารถนำมาใช้รักษาโรคมะเร็งได้โดยการทำงานร่วมกับเม็ดเลือดขาวชนิดแมโครฟาจ (Macrophages) ซึ่งจะฆ่าเซลล์มะเร็งด้วยการ ‘กิน’ เซลล์มะเร็งเข้าไป กระบวนการดังกล่าวนี้เรียกว่า ฟาโกไซโตซิส (Phagocytosis) โปรตีน GcMAF จะกระตุ้นแมโครฟาจให้เปลี่ยนเป็นเซลล์เพชฌฆาต แล้วเซลล์เพชฌฆาตเหล่านี้ก็จะเข้าไปฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง (เนื่องจากเซลล์เหล่านี้จะจำได้ว่าเซลล์มะเร็งเป็นสิ่งแปลกปลอม) โดยไม่ต้องอาศัยแอนติบอดี้เลย

แมโครฟาจเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิดและภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นในภายหลัง โปรตีน GcMAF จะสั่งให้แมโครฟาจเข้าไปฆ่าเซลล์มะเร็ง แมโครฟาจเป็นเซลล์กลืนกินขนาดใหญ่ที่อยู่นิ่ง ๆ ในเนื้อเยื่อร่างกายแต่ก็สามารถทำหน้าที่เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวแบบเคลื่อนที่ได้เช่นกัน ปกติแล้วแมโครฟาจจะอยู่ที่บริเวณของร่างกายที่มีการติดเชื้อ แมโครฟาจเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติและมักอยู่ในเลือด ไขกระดูก เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ลำไส้เล็ก ปอด และเนื้อเยื่อน้ำเหลือง นอกจากนี้ยังพบที่ผิวหนัง ม้าม และต่อมไธมัสอีกด้วย

ที่ผ่านมาการศึกษาเรื่องการรักษาโรคมะเร็งด้วย GcMAF เน้นการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะก้าวหน้าที่มีภาวะต้านการรักษาวิธีอื่น ๆ การศึกษาดังกล่าวเป็นการใช้โปรตีน GcMAF ร่วมกับสารสกัดจากน้ำมันมะกอกที่เรียกว่า กรดโอเลอิก การศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการรักษาโรคมะเร็งด้วยโปรตีน GcMAF พบว่าการรักษาวิธีนี้ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เม็ดเลือดใหม่ ทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหารเนื่องจากขาดออกซิเจน การศึกษาเรื่องโปรตีน GcMAF นี้เป็นการทดลองนอกร่างกาย พบว่าโปรตีนชนิดนี้ช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด และหยุดการสร้างหลอดเลือดใหม่ไปเลี้ยงเนื้องอกอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้โปรตีน GcMAF ในกระบวนการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวม

ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว โปรตีน GcMAF ถูกนำมาใช้ร่วมกับสารสกัดจากน้ำมันมะกอกเพื่อให้สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ผลดีขึ้น สิ่งสำคัญที่ต้องการเน้นย้ำก็คือ วิธีการแบบองค์รวมมีความสำคัญในการรักษาโรคมะเร็งและฟื้นฟูสุขภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วยไปด้วยในขณะเดียวกัน การใช้โปรตีน GcMAF จะได้ผลดีขึ้นหากนำไปใช้ควบคู่กับการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวมวิธีอื่น ๆ เพื่อช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยไม่มีผลข้างเคียงหลังการรักษาอย่างการรักษาแบบแพทย์ปัจจุบัน

โดยทั่วไปการรักษาโรคมะเร็งจะใช้แนวทางการรักษา 4 แนวทางร่วมกัน โดยแต่ละแนวทางจะมีเป้าหมายการรักษาที่แตกต่างกัน แต่ทุกแนวทางต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือเพื่อให้ร่างกายโดยรวมมีสุขภาพดีขึ้นและหายจากโรคมะเร็ง โดยไม่ใช่เพียงแค่การกำจัดมะเร็งออกจากร่างกายเท่านั้น การใช้วิธีรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบันอาจกำจัดมะเร็งได้แต่กลับทำร้ายร่างกายจนอ่อนแอ และยังทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตต่ำลง ส่วนการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวมจะเน้นทำลายเซลล์มะเร็งโดยไม่ทำร้ายเซลล์ปกติ ทั้งยังช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบสรีรวิทยาของร่างกายซึ่งอ่อนแอลงจากโรคมะเร็งให้กลับมาทำงานได้เป็นปกติอีกด้วย ผลก็คือร่างกายจะฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยได้ดีขึ้น ภาวะแทรกซ้อนน้อยลง และลดโอกาสที่จะกลับมาป่วยเป็นโรคมะเร็งอีก

ต่อสู้กับโรคมะเร็งโดยใช้หลายวิธีการร่วมกัน

ิธีการหลักในการรักษาโรคมะเร็งจะช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง วิธีการหลักในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแกร่งขึ้น การรักษาเชิงสนับสนุนจะช่วยดูแลฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วยในช่วงที่ทำการรักษามะเร็ง ส่วนการล้างพิษจะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรง การใช้โปรตีน GcMAF เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบองค์รวม และจะช่วยให้ฆ่าเซลล์มะเร็งไปพร้อมกับการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

โปรตีน GcMAF จะใช้ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ทำให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง การรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ได้แก่ การใช้เซลล์เดนไดรติก (ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะ เพิ่มจำนวน และฝึกฝนระบบภูมิคุ้มกัน) การใช้เซลล์เพชฌฆาต และการใช้เปปไทด์ (ช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง)

การใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งในทุกส่วนของร่างกายเป็นวิธีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่สามารถใช้ร่วมกับโปรตีน GcMAF เพื่อให้รักษาโรคมะเร็งได้ผลดีขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อสูงสุดในการเยียวยารักษาสุขภาพร่างกาย
การใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งในทุกส่วนของร่างกายทำให้เกิดภาวะคล้ายเป็นไข้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

Verita Life - Contact a Specialist banner