บ็อบ เบอร์รี่เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก 18 เดือน แต่ปัจจุบันเขาได้รับการวินิจฉัยว่าหายจากโรคมะเร็งแล้ว บ็อบเป็นชาวเมืองสต็อกพอร์ต เมื่อ 12 เดือนก่อนเขาได้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกด้วยการให้ยาร่วมกับการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อให้การรักษามีประสิทธิผลขึ้น

การรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

การรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นการใช้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ดร.เคร็บส์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของบ็อบกล่าวว่า การรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถจำแนกเซลล์มะเร็งออกจากเซลล์ปกติได้

ปัจจุบันบ็อบอายุได้ 60 ปี เมื่อ 3 ปีก่อนเขาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดระยะที่ 3 และได้รับการผ่าตัดก้อนเนื้อออกจากร่างกาย อย่างไรก็ตามมะเร็งได้แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้ว
บ็อบเข้ารับการรักษาด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดและรังสีรักษาที่ศูนย์คริสตี้ แต่ร่างกายของเขาไม่ตอบสนองต่อการรักษาและคุณหมอบอกว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 12-18 เดือน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การรักษาโรคมะเร็งแบบดั้งเดิมจะใช้วิธีให้ยาเคมีบำบัด รังสีรักษา หรือการผ่าตัด ซึ่งการรักษาด้วยวิธีเหล่านี้เจาะจงทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วยวิธีการที่รุนแรง ทำให้ร่างกายของคนไข้มีภูมิต้านทานน้อยมากหรือไม่มีภูมิต้านทานเหลือเลย
อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบการแพทย์สนับสนุนและการแพทย์ทางเลือกซึ่งเจาะจงทำลายเซลล์มะเร็งโดยใช้ความรุนแรงน้อยกว่า และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นด้วย การรักษาด้วยวิธีแบบการแพทย์ทางเลือก ได้แก่ การใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำ การใช้เปปไทด์ การล้างพิษหลอดเลือด การใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งในทุกส่วนของร่างกาย การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิก และการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน วิธีการรักษาโรคมะเร็งทั้งหมดนี้มีความปลอดภัยเพราะเจาะจงฆ่าเฉพาะเซลล์มะเร็ง และยังช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันของคนไข้ให้แข็งแรงขึ้น

ประสิทธิผลของการรักษาโรคมะเร็งด้วยการแพทย์ทางเลือก

การรักษาโรคมะเร็งด้วยการแพทย์ทางเลือกจะได้ผลมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่ามะเร็งได้แพร่กระจายไปมากน้อยเพียงใด และขึ้นกับชนิดของมะเร็งที่รักษา ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งระยะท้าย ๆ ก็จะใช้การรักษาแบบแพทย์ทางเลือกควบคู่ไปกับวิธีการรักษาแบบดั้งเดิม
นักวิจัยยังคงศึกษาและพัฒนายารักษามะเร็งชนิดใหม่ ๆ ที่สามารถต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้โดยไม่กดระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อใช้ยาร่วมกับการรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันก็จะทำให้ระบบภูมิคุ้มสามารถต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น ปัจจุบันยังคงมีการทดลองทางคลินิกด้วยการใช้ยาร่วมกับการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยมีรายงานว่าคนไข้จำนวนหนึ่งรักษาได้ผลดี
หลังจากที่ผิดหวังกับผลการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดและรังสีรักษา บ็อบได้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกด้วยการใช้ยารักษาแบบใหม่ บ็อบกล่าวว่าเขาเหลือเวลาสั้นนิดเดียวที่จะมีชีวิตอยู่ จึงคิดว่าการเข้าร่วมการทดลองไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร และตั้งแต่เข้าร่วมการทดลอง เขาก็จะไม่ได้มีอาการเจ็บปวดหรือได้รับผลข้างเคียงจากการรักษา

โรคมะเร็งหายได้

จากผลการตรวจร่างกายล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ร่างกายของบ็อบไม่เหลือร่องรอยของมะเร็งอยู่เลย “บ็อบตอบสนองต่อการทดลองการคลินิกนี้อย่างน่ามหัศจรรย์” ดร.เคร็บส์กล่าว “ผลการตรวจสแกนร่างกายพบว่าเขาตอบสนองต่อการรักษาอย่างสมบูรณ์แบบมาก และไม่เหลือร่องรอยของเนื้องอกในร่างกายของเขาเลย”
บ็อบเล่าว่า “3 ปีก่อน ผมเหลือเวลาที่จะมีชีวิตอยู่อีกเพียง 12-18 เดือน แต่ตอนนี้ผมก็มีชีวิตอยู่ได้นานกว่านั้นและรู้สึกแข็งแรงดี การทดลองทางคลินิกที่ศูนย์คริสตี้ช่วยต่อชีวิตให้กับผม และผมรู้สึกขอบคุณมากเหลือเกิน”
การที่บ็อบตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีการแบบแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่ไปกับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการรักษาโรคมะเร็งควรใช้วิธีกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นหลักสำคัญ

Verita Life - Contact a Specialist banner

หากคุณกำลังทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็ง หรือรู้จักผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง โปรดติดต่อเรา และเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์จะติดต่อกับคุณโดยเร็วที่สุดเมื่อคุณสะดวก

ที่มา: ITV News