ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งให้หายได้ แต่นักวิจัยก็ยังคงทำการวิจัยและพัฒนายาเพื่อช่วยให้คนไข้โรคมะเร็งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยารักษาโรคมะเร็งชนิดใหม่ ๆ ได้รับการอนุมัติโดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาโดยตัดสินจาก “อัตราการรอดชีวิตโดยรวม อัตราการตอบสนองต่อโรค หรือการมีชีวิตรอดโดยที่โรคไม่พัฒนาเพิ่ม” ยาเหล่านี้ช่วยให้คนไข้โรคมะเร็งยังมีความหวังต่อไป แม้จะเป็นทางเลือกในการรักษาที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก

กระบวนการอนุมัติขององค์การอาหารและยา

หลักเกณฑ์ที่องค์การอาหารและยาใช้ในการอนุมัติยาต่าง ๆ ไม่ได้เป็นการพิสูจน์ว่ายาเหล่านั้นสามารถรักษาหรือยืดอายุให้คนไข้มะเร็งได้ คนไข้บางรายก็ไม่พึงพอใจกับความก้าวหน้าในการพัฒนายารักษามะเร็งและคิดว่านักวิทยาศาสตร์น่าจะทำได้ดีกว่านี้
รายงานของศูนย์ผลลัพธ์จากนโยบายด้านสุขภาพชี้ให้เห็นว่ายารักษาโรคมะเร็งชนิดใหม่ ๆ ที่ได้รับการอนุมัติมีราคาประมาณ 171,000 เหรียญสหรัฐต่อปี แต่ราคายาที่สูงมากกลับไม่ได้แสดงว่าประสิทธิผลของยาจะสูงตามแต่อย่างใด

ยารักษาโรคมะเร็งที่ไม่มีประสิทธิผล

ดร.วิเนย์ พราแซดกล่าวว่า ยารักษามะเร็งจำนวนมากแทบไม่เกิดประโยชน์ต่อคนไข้ และมีหลักฐานน้อยมากหรือแทบไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่ายาเหล่านี้ช่วยให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มียาน้อยมากที่ให้ผลการรักษาดีจนช่วยให้อัตราการรอดชีวิตของคนไข้สูงขึ้น
สมาคมมะเร็งวิทยาเชิงคลินิกแห่งสหรัฐอเมริกา (ASCO) ได้ทำการศึกษาพบว่า ผลการรักษาที่ดีหมายถึงการยืดอายุคนไข้ไปอีก 2.5-6 เดือน แต่ ดร.ชาม ไมแลนโคดี้ ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Oncology ฉบับเดือนกันยายน 2016 ว่า ในบรรดายารักษาโรคมะเร็งที่ได้รับอนุมัติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มียาเพียง 5 ชนิดเท่านั้นที่ให้ผลการรักษาที่ดีตามมาตรฐาน
เจ้าหน้าที่ขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาได้กล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่ายาช่วยให้อัตราการรอดชีวิตของคนไข้เพิ่มขึ้น แม้แต่ในการทดลองยาที่ได้รับความนิยมใช้แพร่หลายหลายชนิด

1. มะเร็งบางชนิดเติบโตอย่างช้า ๆ จึงต้องใช้เวลาในการศึกษานานหลายปี เพื่อพิสูจน์ว่ายาสามารถช่วยยืดอายุของคนไข้ได้
2. การทดลองบางอย่างเกี่ยวกับโรคมะเร็งออกแบบมาให้คนไข้ “มีโอกาสเสียชีวิต” จึงยากที่จะบอกได้ว่ายามีประสิทธิผลหรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถสรุปผลการทดลองได้
3. ยาบางชนิดทำให้คนไข้บางส่วนมีผลการรักษาที่ดี แต่คนไข้ทั้งหมดที่เข้าร่วมการทดลองกลับไม่ได้มีผลการรักษาที่ดีเสมอไป
4. องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาต้องให้คนไข้ได้รับประโยชน์จากยาโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องมีหลักฐานพิสูจน์ว่ายาช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิต

ด้วยเงื่อนไขเรื่องเวลาทำให้การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งมักไม่ค่อยเข้มงวดนัก เพราะมียาเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกากำหนดให้บริษัทยาต้องแสดงข้อมูลอัตราการรอดชีวิตที่ได้รับการวิจัยอย่างเหมาะสม โดยกำหนดระยะเวลามาให้ ดังนั้นกว่าคนไข้จะได้รู้ว่ายาได้ผลดีและปลอดภัยมากน้อยเพียงใด ก็ต่อเมื่อได้ใช้ยานั้นแล้ว
ส่วนใหญ่แล้วบริษัทยามักกล่าวถึงประโยชน์ของยามากจนเกินจริง และกล่าวถึงความเสี่ยงและผลข้างเคียงของยาน้อยเกินไป ยาที่เราไม่รู้ว่ามีผลข้างเคียงในระยะยาวอาจเป็นอันตรายต่อคนไข้ จนไม่คุ้มกับประโยชน์ที่อาจได้รับจากยา คุณมาร์ลีน แมคคาร์ธี คนไข้โรคมะเร็งเต้านมได้เล่าว่าเธอรู้สึกผิดหวังที่การรักษาโรคมะเร็งก้าวไปอย่างช้า ๆ เธอคิดว่านักวิจัยควรมุ่งเน้นที่การป้องกันโรคมะเร็ง

การรักษาโรคมะเร็งแบบแพทย์ทางเลือก

อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคมะเร็งก็ยังไม่ได้สิ้นหวังเสียทีเดียว เนื่องจากยังมีการรักษาโรคมะเร็งแบบการแพทย์ทางเลือก เช่น วิธีการหลักในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น และวิธีการหลักในการรักษาโรคมะเร็งซึ่งเจาะจงทำลายเนื้องอกมะเร็งโดยไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อปกติที่อยู่รอบ ๆ

Verita Life - Contact a Specialist banner

หากคุณหรือคนที่คุณรักต้องการปรึกษากับเราเรื่องการรักษาโรคมะเร็งด้วยการแพทย์ทางเลือก โปรดติดต่อเรา เพื่อเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ของเราจะได้ติดต่อคุณกลับไปให้เร็วที่สุด

ที่มา: USA Today