การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นทางเลือกที่ได้ผลในการรักษาโรคมะเร็งระยะก้าวหน้า อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันการใช้วิธีนี้รักษาโรคมะเร็งทางเดินอาหารก็ยังไม่ได้มีหลักฐานพิสูจน์เพียงพอ แต่สถานการณ์ก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อนักวิจัยสามารถนำทีเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมาใช้ฆ่ามะเร็งได้สำเร็จ โดยทำให้เนื้องอกในหนูที่เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มีขนาดเล็กลง วิธีการใหม่นี้เป็นการฝึกฝนระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำและโจมตีเซลล์มะเร็ง ที่สำคัญคือวิธีนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเนื้องอกใหม่เพิ่มขึ้นได้ด้วย

ภูมิคุ้มกันบำบัดและโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

รองศาสตราจารย์อาเจย์ เมเกอร์ มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกาเป็นผู้เขียนรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารการวิจัยด้านโรคมะเร็ง เขาเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะสามารถรักษาได้ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด นักวิจัยได้เพิ่มการแสดงออกของสารไซโตไคน์ที่เรียกว่า ไลท์ (LIGHT) เพื่อกระตุ้นการทำงานของทีเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันซึ่งทำหน้าที่ฆ่าเซลล์มะเร็งตามธรรมชาติ ทำให้เนื้องอกปฐมภูมิในตับมีขนาดเล็กลง สารไลท์ทำหน้าที่เป็นตัวขนส่งทางเคมีที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสารไลท์ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแพร่กระจาย ซึ่งมะเร็งจะแพร่กระจายไปสู่เนื้อเยื่อและอวัยวะที่อยู่ห่างออกไปจากอวัยวะที่เป็นต้นกำเนิดของมะเร็ง

ส่วนงานวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษาเนื้องอกมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูทดลองซึ่งมีระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติทำงานตามปกติ สารไลท์จะเข้าไปทำงานในเนื้องอกของหนูกลุ่มทดลอง ส่วนหนูกลุ่มควบคุมจะไม่มีการใช้สารใด ๆ เลย พบว่าในหนูที่ใช้สารไลท์จะมีการผ่านเข้าออกของทีเซลล์อย่างเห็นได้ชัดทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไม่หยุดแม้สารไลท์จะหยุดการแสดงออกแล้ว และแม้เนื้องอกจะแพร่กระจายไปยังตับแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังเหมือนเดิม

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่รักษายาก โดยเฉพาะในกรณีที่โรคแพร่กระจายไปยังตับและอวัยวะอื่น ๆ การรักษาเมื่อโรคแพร่กระจายไปแล้วจะเน้นที่การบรรเทาอาการเจ็บปวดมากกว่าที่จะรักษาโรคที่ต้นเหตุ โรคมะเร็งทางเดินอาหารเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ และเมื่อในปี 2015 พบว่ามีผู้เสียชีวิตทั่วโลกถึง 774,000 คน

โรคนี้จึงนับเป็นปัญหาร้ายแรงมาก และยังทำให้เกิดปัญหาด้านสรีรวิทยา เช่น นิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป (ได้แก่ ท้องผูก ท้องเสีย และอุจจาระมีลักษณะเปลี่ยนไป) มีเลือดออกทางทวารหนัก หรืออุจจาระมีเลือดปน นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ยังมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น อาการปวดท้อง มีแก๊สในทางเดินอาหาร อาการเจ็บปวดแบบเฉียบพลัน และรู้สึกเหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุดอยู่ตลอดเวลา ผู้ป่วยยังมักมีอาการไม่มีแรง อ่อนเพลียตลอดเวลา และมีภาวะน้ำหนักตัวลดลง

การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มักใช้วิธีการผ่าตัด (ร่วมกับการใช้ยาเคมีบำบัด) และหากมะเร็งแพร่กระจายไปถึงทวารหนักก็มักต้องใช้วิธีรังสีรักษาด้วย โดยมากเนื้องอกมักเพิ่มจำนวน ทำให้ต้องรักษาด้วยวิธีการเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคนี้และเสียชีวิตจากการรักษาจึงมีจำนวนมากมาย

การรักษาโรคมะเร็งระยะก้าวหน้าด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดและการรักษาด้วยวิธีการแบบองค์รวมวิธีอื่น ๆ ให้ผลการรักษาที่ดีเยี่ยม มีความปลอดภัยและให้ประสิทธิผลสูง

Verita Life - Contact a Specialist banner

Source: The Indian Express