ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้รายงานว่า ผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ โรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดเป็นโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับแร่ใยหินซึ่งจะก่อตัวเป็นเนื้อเยื่อปกคลุมปอด ช่องท้อง หรือหัวใจ

มีรายงานข่าวว่าปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เกือบ 3,000 คน แม้ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะมีอายุมากกว่า 85 ปี แต่กลุ่มคนที่อายุน้อยก็เป็นโรคนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน

การเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริการายงานว่า ช่วงเวลา 16 ปีนับตั้งแต่ปี 1999-2015 มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดจำนวน 16,914 คน อยู่ในช่วงอายุ 75-84 ปี และจำนวน 682 คน อยู่ในช่วงอายุ 25-44 ปี

เนื่องจากมีคำสั่งห้ามใช้แร่ใยหินตั้งแต่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว นักวิจัยจึงไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปีจึงเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่อาจเกิดจากแร่ใยหิน

สถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริการายงานว่า การสัมผัสแร่ใยหินมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ ด้วย เช่น โรคมะเร็งทางเดินอาหาร และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และโรคมะเร็งลำคอ โรคมะเร็งไต โรคมะเร็งหลอดอาหาร และโรคมะเร็งถุงน้ำดี

ศาสตราจารย์ นายแพทย์เฮดี้ คินด์เลอร์ แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวว่า “”ปัญหาเรื่องการสัมผัสกับแร่ใยหินก็คือ มีสถานที่มากมายที่คนจะสัมผัสถูกแร่ใยหินได้””

มีรายงานว่าผู้ป่วยรายใหม่ ๆ จากการสัมผัสกับแร่ใยหินระหว่างการทำงานรักษาสภาพหรือทำลายโครงสร้าง สิ่งติดตั้ง และอาคารต่าง ๆ การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสำหรับผู้ที่ทำงานมีโอกาสสัมผัสกับแร่ใยหินเป็นเรื่องจำเป็นมาก ซึ่งองค์การความปลอดภัยและสุขภาพด้านอาชีวอนามัยได้ออกกฎระเบียบให้นายจ้างจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตราย การฝึกอบรมเพิ่มเติม และการติดตามตรวจสุขภาพให้คนงาน

อาการของโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด

เมื่อสัมผัสกับแร่ใยหินแล้วอาจใช้เวลาถึง 20-50 ปีกว่าโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดจะแสดงอาการ การคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ทำได้ยากหากมีการสัมผัสกับแร่ใยหินในระดับต่าง ๆ กันในช่วงระยะเวลามากน้อยแตกต่างกัน โดยคนเราอาจสัมผัสกับแร่ใยหินปริมาณน้อย ๆ เป็นเวลานาน หรือสัมผัสปริมาณสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ได้

ศาสตราจารย์คินด์เลอร์มีความเห็นว่า พันธุกรรมก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน เธอกล่าวว่า “”โรคนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณสัมผัสกับแร่ใยหิน แต่หากคุณมีพันธุกรรมของโรคนี้ ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่คุณจะป่วยเป็นโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดแม้คุณจะสัมผัสกับแร่ใยหินในปริมาณน้อยก็ตาม””

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดไม่ได้เป็นบริการทั่วไป และมีคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ควรเข้ารับการตรวจ เช่น ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้

แม้การตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะแรก ๆ จะไม่ได้ค่อยช่วยอะไรนัก แต่ผู้ป่วยก็มีทางเลือกในการรักษามากมาย ได้แก่ การผ่าตัด การใช้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา หรือใช้หลายวิธีร่วมกันตั้งแต่ 2 วิธีขึ้นไป

มีการนำวิธีรักษาเพื่อบรรเทาอาการมาใช้กับอาการของโรคทุกระยะ เพื่อลดอาการเจ็บปวดและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

การรักษาโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด

ปัจจุบันมีการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการแบบแพทย์ทางเลือกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น ตัวอย่างการรักษาได้แก่ การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิก การใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่ การใช้ยาสมุนไพร การใช้เซลล์เดนไดรติก การจัดอาหารต้านมะเร็งเฉพาะบุคคล และการล้างพิษ เป็นต้น

ก่อนที่จะรักษาด้วยวิธีใด ๆ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ และควรพิจารณาประโยชน์ทางการแพทย์ที่จะได้รับจากการรักษา และความคุ้มค่าในด้านค่าใช้จ่าย ก่อนที่จะตัดสินใจ

ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดไม่จำเป็นต้องเผชิญกับความยากลำบากเสมอไป หากเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ผู้ป่วยจะสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า

 

Verita Life - Contact a Specialist banner

 

Source: CNN