โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเกิดขึ้นที่ลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก บางครั้งจึงอาจเรียกว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือโรคมะเร็งทวารหนัก สัญญาณเตือนแรกของโรคนี้ ได้แก่ นิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลงเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น ลักษณะของอุจจาระเปลี่ยนไป ท้องเสียบ่อย ท้องผูกเป็นประจำ เป็นต้น ส่วนอาการที่พบบ่อยของโรคมะเร็งชนิดนี้ ได้แก่ มีเลือดปนในอุจจาระ ปวดท้องและมีแก๊สในกระเพาะอาหารเป็นประจำ อ่อนเพลีย และภาวะน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่มีสาเหตุ หากรู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่สุดและมีอาการอื่น ๆ ด้วย อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเช่นกัน เมื่อผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นโรคนี้เสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีโรคมะเร็งอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยจำนวนน้อยมากที่ไปพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณเตือนระยะแรก ๆ ของโรค

เข้าใจโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

Verita Life - Colorectal Cancer-Infographic

เมื่อไม่นานมานี้ที่สหรัฐอเมริกามีรายงานการศึกษาที่สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้คนไม่น้อย โดยรายงานนี้ระบุว่าชาวอเมริกันที่มีอายุน้อยกว่า 55 ปีป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบที่อายุเท่ากัน ผู้ที่เกิดในปี 1990 มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่าผู้ที่เกิดในช่วงปี 1950 ถึง 2 เท่า และมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งทวารหนักมากกว่าถึง 4 เท่า ผลการศึกษานี้ได้มาจากสถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 500,000 คนตั้งแต่ปี 1974-2013 รีเบคก้า ซีเกิล ผู้เขียนหลักของรายงานนี้และนักระบาดวิทยาที่สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่ายังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากสาเหตุใด อย่างไรก็ตามซีเกิลได้ระบุว่าการที่มีจำนวนคนอ้วนเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเพิ่มขึ้น แต่อาจไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคมะเร็งชนิดนี้ ส่วนสถิติที่เป็นไปในทางเดียวกันนี้อาจเป็นเพราะโรคเหล่านี้มีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ได้แก่ การรับประทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ และวิถีชีวิตที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว

แนวทางการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

แนวทางการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ตีพิมพ์โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบุว่า อายุที่เหมาะสมที่สุดที่จะเริ่มตรวจคัดกรองโรคนี้ได้แก่ ช่วงอายุ 50-75 ปี ปกติแล้วการตรวจคัดกรองจะใช้วิธีตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระโดยใช้วิธีที่มีค่าความไวสูง การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ หรือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย แต่ด้วยผลการศึกษาล่าสุดนี้ (ซึ่งผู้ป่วยมีอายุน้อยลงกว่าเดิมมาก) จึงจำเป็นต้องมีการทบทวนแนวทางการตรวจคัดกรองโดยด่วน

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ เอช. กิลเบิร์ต เวลช์ จากสถาบันนโยบายด้านสุขภาพและเวชปฏิบัติดาร์ทมัธ ได้แสดงความไม่เห็นด้วย โดยด็อกเตอร์เวลช์เชื่อว่า ตัวเลขดังกล่าวถือว่า “”น้อยเกินไปจนไม่น่าสนใจ”” และชี้ว่าในแต่ละปีผู้ที่อยู่ในช่วงอายุ 20 ปีป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเพิ่มขึ้นเพียง1-2 คนต่อประชากร 200,000 คน ด็อกเตอร์เวลช์ยังยืนยันเพิ่มเติมว่า ผู้ใหญ่ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี มีอัตราการป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 7 คนต่อประชากร 100,000 คน ส่วนผู้ใหญ่อายุมากกว่า 50 ปีมีอัตราการป่วยลดลง

แม้นักวิชาการจะเห็นไม่ตรงกัน แต่สถิติดังกล่าวก็บอกให้ทราบแนวโน้ม แม้อัตราการป่วยจะเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่เมื่อคำนวณออกมาก็จะเป็นตัวเลขผู้ป่วยจำนวนมาก ดังนั้นการตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การตรวจดีเอ็นเอในอุจจาระ (Cologuard stool test) ซึ่งได้รับการอนุมัติโดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2014 และสามารถนำมาตรวจเองที่บ้านได้ สิ่งสำคัญที่ต้องทำก็คือ การปรับวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดี โดยรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ ออกกำลังกายให้เพียงพอ และรักษาน้ำหนักตัวในอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีอยู่เสมอ

Verita Life - Contact a Specialist banner

Source: Health Nut News