ผลการศึกษาใหม่ ๆ สนับสนุนการรักษาโรคมะเร็งเต้านมด้วยวิธีการแบบองค์รวม

ผลการศึกษาเหล่านี้มาจากความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งจากสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ผลการศึกษานี้ได้รับการกล่าวถึงรายงาน วารสาร และเอกสารอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ล่าสุดผลการศึกษานี้ได้รับการเผยแพร่แบบออนไลน์และเป็นรูปเล่มในวารสารโรคมะเร็งสำหรับแพทย์ ซึ่งเป็นผลงานตีพิมพ์ของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาที่รัฐแคลิฟอร์เนีย

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและสารสนเทศที่เป็นรูปธรรมแก่ผู้ป่วย แพทย์ และผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการและช่วงเวลาที่จะใช้การรักษาแบบองค์รวมในการทดลองทางคลินิกทั้งในระหว่างและหลังการรักษาโรคมะเร็งเต้านม

การทดลองดังกล่าวพบว่า วิธีการทางการแพทย์บางอย่างไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอที่จะใช้เป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการรักษาไม่ได้ผล แต่หมายถึงว่านักวิจัยไม่ทราบว่าวิธีทางการแพทย์เหล่านี้จะได้ผลเพียงแค่ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งหรือไม่ ต้องใช้รูปแบบใด และปริมาณเท่าใด

 

นักวิจัยต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ได้แก่

  • วิธีการทางการแพทย์ที่ใช้ในการทดลองไม่ได้มาตรฐาน แม้จะใช้วิธีการรักษาแบบเดียวกัน
  • การรักษาบางอย่างนำมาใช้กับระยะของโรคที่แตกต่างกัน
  • การรักษาแบบการแพทย์สนับสนุนหลายวิธีมีความเสี่ยงต่ำ และไม่มีวิธีการวัดผล

 

การประเมินและให้คะแนนการรักษาด้วยวิธีการต่าง ๆ กันโดยใช้หลักฐานเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการรักษาเป็นเกณฑ์

  • การทำสมาธิ การผ่อนคลาย การเล่นโยคะ การนวด และดนตรีบำบัดเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้ที่มีภาวะซึมเศร้าหรืออารมณ์แปรปรวน วิธีการเหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
  • การกดจุดและการฝังเข็มเหมาะสำหรับการรักษาและลดอาการคลื่นไส้และอาเจียนจากการใช้ยาเคมีบำบัด
  • การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการดูแลผู้ป่วยยังมีหลักฐานสนับสนุนไม่มากนัก

จากการทดลองจำนวน 5 ครั้งพบว่า การทำสมาธิเป็นวิธีการบำบัดที่มีหลักฐานชัดเจนที่สุด จึงแนะนำให้ใช้วิธีนี้ในการลดความวิตกกังวล รักษาอาการซึมเศร้า และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

ในแง่ประสิทธิภาพในการรักษาอาการต่าง ๆ และประโยชน์ที่คนไข้โรคมะเร็งเต้านมจะได้รับ ดนตรีบำบัด โยคะ และการนวดได้รับคะแนนเกรดบี จากการทดลอง 2 ครั้งที่ผ่านมาโยคะได้รับคะแนนเกรดบีในเรื่องการช่วยให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนในด้านการรักษาอาการอ่อนเพลีย โยคะและการสะกดจิตได้คะแนนเกรดซี

แนวทางการรักษานี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมและแพทย์ผู้รักษาสามารถตัดสินใจได้ว่าควรใช้การรักษาแบบองค์รวมวิธีใด สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยและแพทย์ควรได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะเลือกวิธีการรักษาแบบใดโดยพิจารณาเปรียบเทียบความเสี่ยงกับประโยชน์ที่จะได้รับจากการรักษาแต่ละแบบ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ทดลองวิธีการรักษาแบบองค์รวมเพื่อจัดการกับอาการไม่สบายต่าง ๆ และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แพทย์ควรใช้วิธีการรักษาเฉพาะบุคคลตามลักษณะทางคลินิกของคนไข้ เนื่องจากคนไข้แต่ละคนมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การรักษาที่ได้ผลดีกับคนไข้คนหนึ่ง ๆ อาจไม่ได้ผลกับคนไข้คนอื่นก็ได้

Verita Life - Contact a Specialist banner

Source: News Medical