ประวัติศาสตร์การรักษาโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นโรคเก่าแก่ที่ใช้เวลาเกือบ 100 ปีกว่าจะสามารถพัฒนาวิธีการรักษาที่ได้มาตรฐานตามลักษณะและการพัฒนาของโรค วิธีการรักษาเหล่านี้ก็คือ การใช้ยาพิษ (ยาเคมีบำบัด) การโจมตี (รังสีรักษา) และการตัดทิ้ง (การผ่าตัด) ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ไม่สามารถคาดเดาผลได้ และยังทำให้ผู้ที่รอดชีวิตจากโรคนี้ต้องมีชีวิตอยู่กับร่างกายที่ถูกทำลายจากการต่อสู้กับโรคและการรักษาที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด

วิธีการใหม่ในการต๋อสู้กับโรคมะเร็ง

โชคดีที่วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง และมีการพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อรักษาโรคมะเร็งซึ่งเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์มากที่สุด การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการใหม่ ๆ มีความรุนแรงน้อยกว่า ทำให้เกิดความเจ็บปวดน้อยกว่า และที่สำคัญคือสามารถเจาะจงทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะส่วนที่เป็นโรคได้โดยไม่ทำให้ทั้งร่างกายทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการรักษาที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันยังพัฒนาไปมากจนทำให้การรักษาไม่ใช่เรื่องน่าสะพรึงกลัวอีกต่อไป

เซลล์เพชฌฆาต

หนึ่งในวิธีการใหม่ ๆ ที่ใช้รักษาโรคมะเร็งก็คือ การใช้เซลล์เพชฌฆาต (Natural Killer Cells) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ที่สามารถปล่อยสารที่เป็นพิษต่อเซลล์ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกาย เซลล์เพชฌฆาตที่ใช้รักษาโรคมะเร็งได้มาจากตัวอย่างเลือดจากกระแสเลือดหรือสายสะดือ เซลล์เพชฌฆาตสามารถเจาะจงทำลายเซลล์มะเร็งโดยการจดจำสัญญาณที่ส่งมาจากเซลล์มะเร็ง (ซึ่งเป็นสัญญาณแบบที่ไม่ได้ส่งจากเซลล์ปกติ) เซลล์เพชฌฆาตนับเป็นอาวุธสำคัญอย่างยิ่งในการต่อสู้กับโรคมะเร็งระยะก้าวหน้า โดยเซลล์เพชฌฆาตจะผลิตโมเลกุลที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและพร้อมที่จะต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง

เซลล์เพชฌฆาตมีข้อได้เปรียบสำคัญคือ เซลล์เหล่านี้สามารถเจาะจงกำจัดเซลล์มะเร็งโดยไม่ทำลายเซลล์ปกติ เซลล์เพชฌฆาตมีบทบาทหลักในการต่อต้านเนื้องอกและเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส การรักษาโรคมะเร็งโดยใช้เซลล์เพชฌฆาตยังสามารถทำได้กับโรคมะเร็งที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล

เซลล์เพชฌฆาตช่วยกำจัดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

เซลล์เพชฌฆาตสามารถใช้รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ผลดีเยี่ยม โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นโรคร้ายที่อาการจะทรุดหนักลงเรื่อย ๆ โดยไขกระดูกและอวัยวะอื่น ๆ ที่สร้างเลือดจะผลิตเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์ โดยธรรมชาติแล้วเม็ดเลือดขาวเป็นเซลล์ที่อยู่ในเลือดและของเหลวในร่างกาย ทำหน้าที่หลักในการต่อสู้กับโรคและสารแปลกปลอม

สาเหตุของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่การใช้รังสีรักษาและการสัมผัสกับสารเบนซีนก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวทั้งชนิดเรื้อรังและเฉียบพลันจะมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เป็นไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน ปวดกระดูกและข้อต่อ ตลอดจนไม่สบายท้องหรือท้องบวม ส่วนอาการเลือดออกง่าย เป็นแผลง่าย และติดเชื้อง่ายเป็นอาการไม่สบายทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว นอกจากนี้อาการต่อมน้ำเหลืองบวม ภาวะน้ำหนักตัวลด และเบื่ออาหารก็เป็นอาการที่ผู้ป่วยจะต้องเผชิญตราบที่ยังป่วยเป็นโรคนี้

การให้ยาเคมีบำบัดเป็นวิธีการรักษาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว แต่ก็มีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่อาจต้องรักษาด้วยวิธีการรังสีรักษาและปลูกถ่ายไขกระดูก เมื่อไม่นานมานี้มีการวิจัยที่อาจพลิกโฉมวิธีรักษาโรคนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่าเซลล์เพชฌฆาตที่ปลูกถ่ายจากผู้บริจาคที่มีแอนติเจนบนเม็ดเลือดขาว (Human Leukocyte Antigen หรือ HLA) ตรงกับผู้ป่วย จะช่วยควบคุมอัตราการเจริญเติบโตของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบไมอีลอยด์ที่กลับมาเป็นซ้ำ เซลล์เพชฌฆาตเหล่านี้ทำให้สามารถปลูกถ่ายเนื้อเยื่อได้โดยไม่เกิดภาวะเนื้อเยื่อที่ปลูกถ่ายต้านกับร่างกายผู้ป่วย การรักษาโดยใช้เซลล์เพชฌฆาตจะช่วยกระตุ้นให้เซลล์เพชฌฆาตมีจำนวนเพิ่มขึ้น จึงช่วยทำ-ให้เซลล์อื่น ๆ ต่อสู้กับมะเร็งได้ดีขึ้น และเนื่องจากเซลล์เพชฌฆาตเหล่านี้ผลิตขึ้นในร่างกายมนุษย์จึงแทบไม่พบภาวะที่เซลล์ต้านกับร่างกายของผู้ป่วย

การรักษาโดยใช้เซลล์เพชฌฆาต (และภูมิคุ้มกันบำบัดวิธีอื่น ๆ) จะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการรักษาโรคมะเร็งแบบองค์รวม แม้การรักษาวิธีนี้จะสามารถยับยั้งการทำงานของเนื้องอกได้อย่างมีประสิทธิผล แต่ก็ควรนำไปใช้ในโปรแกรมการรักษาที่ใช้หลายวิธีร่วมกัน ซึ่งจะทำให้สามารถรักษาโรคมะเร็งไปพร้อมกับการรักษาสุขภาพร่างกาย เมื่อนำการรักษาโดยใช้เซลล์เพชฌฆาตไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการหลักในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก็จะทำให้ได้รับประโยชน์มากขึ้น วิธีการหลักในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันวิธีอื่น ๆ ที่สามารถนำเซลล์เพชฌฆาตไปใช้ร่วมด้วยได้แก่ การใช้ GcMAF ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่ประกอบด้วยโปรตีน ทำหน้าที่ออกคำสั่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า แมโครฟาจ เข้าโจมตีเซลล์มะเร็ง การใช้เซลล์เดนไดรติกซึ่งจะบ่มเพาะ เพิ่มจำนวน และฝึกฝนระบบภูมิคุ้มกัน ส่วนการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้เปปไทด์จะช่วยกระตุ้นการผลิตทีเซลล์ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง การใช้เซลล์เพชฌฆาตจะให้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งในทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งเป็นกระบวนการใช้ความร้อนทำให้ร่างกายมีอาการเหมือนเป็นไข้ จึงช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างเต็มที่และตอบสนองต่อการรักษาได้ดีขึ้น

การใช้เซลล์เพชฌฆาตเป็นส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันปฐมภูมิ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อโปรแกรมการรักษาแบบองค์รวมที่ใช้หลายวิธีร่วมกัน เพื่อเยียวยาร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบ วิธีการแบบองค์รวมนี้ประกอบด้วย วิธีการหลักในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน วิธีการหลักในการรักษาโรคมะเร็ง การรักษาเชิงสนับสนุน และการล้างพิษ วิธีการหลักในการรักษาโรคมะเร็งเน้นที่การฆ่าเซลล์มะเร็งโดยใช้วิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การใช้ไวรัสรักษาโรคมะเร็ง การหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิก การใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่ และการใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำ เป็นต้น ในขณะที่การรักษาเชิงสนับสนุนจะเน้นที่การฟื้นฟูสุขภาพซึ่งทำได้ด้วยการจัดโปรแกรมอาหารต้านมะเร็งเฉพาะบุคคล การรักษาการทำงานของอวัยวะ การให้ความรู้เรื่องสุขภาพ และการออกกำลังกายโดยใช้ออกซิเจนบำบัด

การรักษาที่ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

วิธีการหลักในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (โดยใช้เซลล์เพชฌฆาตเป็นหลัก) จะได้ผลดีที่สุดหากใช้ร่วมกับการล้างพิษ และกลุ่มวิธีการรักษาหลักอีกสองวิธีที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น การล้างพิษมีบทบาทหลักในการนำสารพิษออกจากร่างกายโดยใช้วิธีการล้างพิษลำไส้ หรือบางครั้งอาจเรียกว่าการล้างลำไส้ ซึ่งเป็นการนำสารพิษต่าง ๆ ออกจากลำไส้ใหญ่และทางเดินอาหาร การล้างพิษมีจุดประสงค์เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น โดยใช้วิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การล้างพิษระบบน้ำเหลือง การล้างพิษหลอดเลือด การนวดเนื้อเยื่อระดับลึก และโอโซนบำบัด

Verita Life - Contact a Specialist banner