ที่สหรัฐอเมริกามีสถิติผู้ที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องจากโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งกว่า 1,600 คน ในขณะที่ทั่วโลกมีสถิติสูงมากถึงวันละ 20,000 คน แม้สถิติผู้เสียชีวิตจะมีจำนวนมากจนน่าตกใจ แต่จำนวนผู้เสียชีวิตอาจลดลงได้หากมีวิธีจัดการกับโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิผล

บทความนี้เป็นการบันทึกข้อมูลจากการศึกษาครั้งแรก ๆ เกี่ยวกับประสิทธิผลของการรักษาโรคมะเร็งระยะที่โรคพัฒนาไปมากแล้วด้วยวิธีหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เป็นระยะเวลาอันยาวนาน เมื่อ 40 ปีที่แล้วนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาโรคมะเร็งในระดับโมเลกุล และเชื่อว่าโรคมะเร็งมีสาเหตุมาจากการกลายพันธุ์ของยีน ในช่วงนั้นการรักษาโรคมะเร็งจึงเน้นที่การรักษาในระดับยีน นับเป็นต้นกำเนิดของยุคที่การรักษาโรคมะเร็งเน้นการออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง

แต่การรักษาวิธีดังกล่าวกลับไม่ได้ผลเท่าที่ควร และอัตราการเสียชีวิตก็ไม่ได้ลดลงตามที่คาดไว้ มีการทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อการศึกษาด้านมะเร็งวิทยา ในปี 2013 เพียงปีเดียวมีการใช้งบประมาณถึง 91,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเมื่อปี 2014 ยาสำหรับรักษาโรคมะเร็งมีราคาไม่ต่ำกว่า 100,000 เหรียญสหรัฐ และในปี 2015 ยา 8 ชนิดได้รับการอนุมัติและแต่ละชนิดราคาสูงกว่า 120,000 เหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้ไม่มียาใดที่รักษามะเร็งได้ผลดี แต่ราคายาก็ไม่เคยลดลงเลย

นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี แต่นักวิจัยก็ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ประสิทธิผลของวิธีการรักษาเหล่านี้จนสามารถนำไปใช้รักษามะเร็งได้จริง

ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมานี้ ทีมนักมะเร็งวิทยาชาวตุรกีที่ศูนย์มะเร็งวิทยาคีโมเธอร์มอลได้ทำการศึกษาการรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีต่าง ๆ และผลการตอบสนองของผู้ป่วย ทีมนักวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการรักษาด้วยวิธีการผสมผสานระหว่างการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็งและการรักษาด้วยวิธีการแบบแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งให้ผลการรักษาที่ยอดเยี่ยมมาก

การรักษาโดยใช้ยาเคมีบำบัดควบคู่ไปกับการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็งนี้เป็นการประยุกต์ใช้ยาเคมีบำบัดกับวิธีการทางการแพทย์หลากหลายวิธีดังต่อไปนี้ เพื่อช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น

  • การรับประทานอาหารคีโตจินิกควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดที่เป็นยาสมุนไพรแผนปัจจุบันช่วยหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็งได้ โดยผู้ป่วยจะต้องอดอาหาร 14 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด เพื่อเป็นการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง
  • การรับประทานอาหารคีโตจินิกควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดที่เป็นยาสมุนไพรแผนปัจจุบันช่วยหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็งได้ โดยผู้ป่วยจะต้องอดอาหาร 14 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด เพื่อเป็นการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง

จากนั้นจึงทำการรักษาโดยใช้ยาเคมีบำบัดควบคู่ไปกับการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยจะได้รับยายับยั้งการสลายน้ำตาลกลูโคสเป็นพลังงานในเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งยิ่งขาดพลังงานมากขึ้นไปอีก ทีมนักวิจัยได้ใช้วิธีการการรักษาด้วยใช้ยาเคมีบำบัดควบคู่ไปกับการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง รังสีรักษา และการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ตรงระยะที่ 3 โดยไม่ได้ใช้วิธีการผ่าตัด ผู้ป่วยรายนี้มีเนื้องอกขนาดใหญ่ 5.5 เซนติเมตรที่ลำไส้ตรง เพียง 3 เดือนต่อมา เนื้องอกก็อยู่ในระยะที่โรคสงบ

การรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวนี้ยังนำไปใช้รักษาโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ และได้ผลการรักษาที่ดีเยี่ยม การรักษาด้วยการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็งช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายและระยะที่โรคพัฒนาไปมากแล้วมีอัตราการมีชีวิตรอดเพิ่มข้น และช่วยให้รักษาโรคมะเร็งระยะที่ 1 หรือระยะที่ 2 ได้ง่ายขึ้นมาก จึงหวังว่าการรักษาด้วยธีการนี้จะกลายเป็นวิธีการรักษามาตรฐานในอนาคต

กล่าวโดยสรุป สำหรับการรักษาโรคมะเร็งด้วยการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาโรคมะเร็งของตนเอง โดยผู้ป่วยจะต้องรับประทานอาหารตามที่กำหนดอย่างเข้มงวด และปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งอย่างเคร่งครัด

Verita Life - Contact a Specialist banner

Source: Mercola